ความสำคัญของการ “หยิน หยาง” ในอาหาร

0

เป็นที่รู้กันว่าสุขภาพเป็นสภาวะความสมดุลของร่างกายซึ่งการ เลือกอาหาร เป็นกุญแจสำคัญ นอกจากนี้เรายังสามารถพูดได้อีกว่าคุณภาพของอาหารที่รับประทาน มีผลต่อสถานะของจิตสำนึกของเรา การเลือกอาหารอย่างชาญฉลาด มีประสิทธิภาพมากที่สุดต่อความพัฒนาการสู่การมีสติที่สูงขึ้น บทความนี้เป็นบทความแรก เกี่ยวกับรูปแบบของอาหารและการกินอาหารที่มีผลต่ออารมณ์, สุขภาพและจิตสำนึก ในบทความนี้เราจะพูดคุยเกี่ยวกับพลังงานอาหารและชนิดของอาหารในแต่ละประเภทพลังงาน

ตามหลักการนักโภชนากาชื่อ ลินดา เพราส์กล่าวว่า เราสามารถมีสุขภาพดีขึ้นได้ หากเราเลือก รับประทานอาหารตามที่ร่างกายต้องการ วิทยาศาสตร์โภชนาการ ขึ้นอยู่กับการรู้องค์ประกอบทางเคมีของอาหาร และชีวเคมีของร่างกาย นักโภชนาการประเทศตะวันตกจัดปริมาณสารอาหารเช่นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ออกเป็นกลุ่มๆโดยอาหารแต่ละกลุ่มมีปริมาณสารอาหารเท่าเทียมกัน

ตามตำราแพทย์แผนจีน(Traditional Chinese Medicine) อาหารทุกชนิดสามารถแบ่งได้เป็นอาหารหยิน และอาหารหยาง หยิน-หยาง เป็นพลังงานที่มีผลต่อรูปร่าง และทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล รวมถึงอาหารและสุขภาพของมนุษย์

หยิน เป็นความเย็น ความชื้น และความมืดในขณะที่ หยาง เป็นอาหารมีแนวโน้มอบอุ่น แห้ง และสวางใส ความหมายคือ อาหารหยินให้ความเย็นและความชุ่มชื้นแก่ร่างกาย ในขณะที่อาหารหยางจะให้ความร้อน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิหรือความชื้นในอาหาร แต่หมายถึง “พลังงาน” ในอาหารนั้น ตัวอย่างเช่นขนมปังปิ้งเราอาจเห็นว่าแข็งและแห้ง แต่ในความเป็นจริง เป็นพลังงานที่ผลต่อร่างกายของเราเป็นความชุ่มชื้น
ฤดูหนาวเป็นหยินและฤดูร้อนเป็นหยาง กลางคืนเป็นหยินและกลางวันเป็นหยาง
สภาวะสุขภาพทั่วไปและความไม่สมดุลกันรวมถึง
1. สภาพร่างกายที่มีผลกระทบจากการได้รับความร้อนในร่างกายมากเกินไป (หยาง)
– ความดันโลหิตสูง, ผื่นคัน, ผิวหนังร้อนวูบวาบ
บริโภค อาหารเย็นหรืออาหารที่ส่งเสริมพลังงานหยิน

2. สภาพร่างกายจากการได้รับความเย็นในร่างกายมากเกินไป (หยิน)
– ความเมื่อยล้า, ซึมเศร้า, ปวดกล้ามเนื้อ, อาการคัดจมูก,ไอมีเสมหะขาวใส, ร่างกายเก็บน้ำมากเกินไป
บริโภค อาหารที่อุ่น ร้อนหรืออาหารที่ส่งเสริมพลังงานหยาง
3. สภาพร่างกายจากการได้รับความร้อน หรือความเย็น ในร่างกายมากเกินไป
– ท้องผูก, โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน, โรคไขข้ออักเสบ, หอบหืด, ปวดหัว
บริโภค อาการบางอย่าง แก้ไขได้ด้วยอาหารทั้งร้อนและเย็น ตัวอย่างเช่นท้องผูก หากคุณมีอุจจาระแห้ง แข็ง แสดงว่าคุณขาดอาหารหยิน ร่างกายต้องการอาหารความชื้น / หยินมากขึ้น หากคุณมีอาการท้องผูก มีอุจจาระเปียก แสดงว่าคุณขาดอาหารหยาง การรักษาที่กล่าวถึงนี้ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน แพทย์แบบองค์รวมจะช่วยตรวจสอบว่าคุณจะต้องเพิ่มอาหารหยิน หรือหยาง

ดังนั้นการเข้าใจ”พลังงาน” ของอาหาร ทำให้เราสามารถเลือกอาหารที่ดีต่อร่างกายของเรา ช่วยให้ร่างกายมีความสมดุลในทุกฤดูกาล โดยปกติความไม่สมดุลในร่างกาย เกิดจากส่วนขาดหรือส่วนเกินของ หยิน-หยาง ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง

สัปดาห์หน้าเราจะคุยถึง target=”_blank” href=”http://www.almondsandraisins.com/2014/04/yin-and-yang-foods-for-wellness/”>ครั้งต่อไป รวมถึงคำอธิบายที่ครอบคลุมของอาหารหยินและหยางอาหาร

Share.

About Author

Archana Kaur (Anna)

Archana is one of the co-founders of Almonds & Raisins.