พลังของจิตใจ: ใช้จิตใต้สำนึกเพื่อบรรลุเป้าหมาย

0

คุณอาจเคยได้ยินว่าใจของเราสร้างขึ้นจากจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก จิตใต้สำนึกเป็น 90% ของจิตใจและอีก 10% เป็นจิตสำนึก พวก เราชื่นชมในความคิดและ การกระทำต่างๆสิ่งเหล่านนี้ส่วนใหญ่ถูกกำหนดโดยจิตใต้สำนึก คุณภาพของจิตใต้สำนึกเป็นสิ่งสำคัญมากในการกำหนดทิศทางในชีวิต สภาพความสงบสุขในใจ และความเชื่อของตัวเอง

ระบบความเชื่อของพวกเราส่วนใหญ่เริ่มเมื่ออายุแรกเกิดถึง 5 ปี ในช่วงอายุนั้นพวกเราเป็นเหมือนฟองน้ำที่ดูดซับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตและ ความเชื่อนั้นกลายเป็นจิตใต้สำนึกอยู่ในความทรงจำและมีบทบาทต่อความสัมพันธ์ใดๆ ทางเลือก มุมมองเกี่ยวกับชีวิตของตัวเราเอง, มุมมองเกี่ยวกับผู้อื่น, ชีวิต, ความรัก และอื่นๆ

อาจมีหลายความเชื่อ (BS) เมื่อเราเป็นเด็กอายุน้อย และความเชื่อเหล่านั้นก่อเกิดผลเสียและ ขัดขวางเราจากการมีชีวิตที่ดีมีความสุข และการเป็นอยู่ที่ดี เราอาจรับความเชื่อเลวร้ายเหล่านี้จากครอบครัว, เพื่อนหรือญาติพี่น้อง คุณครู ฯลฯ ตัวอย่างเช่น ความเชื่อที่ว่า ฉันไม่ดีพอ, ฉันไม่สามารถที่จะประสบความสำเร็จ, ฉันไม่สมควรได้รับ, ฉันอ้วนเกินไป ฉันเป็นคนโชคร้าย, ฉันเป็นคนโง่, ฉันสามารถว่ายน้ำ / ร้องเพลง / เต้น, ฉันไม่สวย / ไม่สง่างาม / ไม่คุ้มค่าต่อ ………. และอื่น ๆ

จิตใต้สำนึกเหล่านี้ก่อให้เกิดความเสียหายในชีวิตของเรา หลายท่านอาจจะมีประสบการณ์อยู่ในสภาพของความทุกข์ภายในแม้จะมีความสะดวกสบายทุกอย่างในชีวิต – อาหารที่จะกิน, บ้านหลังใหญ่, ครอบครัวที่มีความสุข, มีเงินทองมากมาย, มีการงานมั่นคงและมีเพื่อนที่ดี. เราจะทำอย่างไรที่จะลบล้างความเชื่อไม่ดีเหล่านี้ และจะเพิ่มความเชื่อทางบวกในจิตใจของเราได้อย่างไร

ประการแรกคือ จะต้องเข้าใจว่าความเชื่อของเราไม่ใช่ตัวเราแต่เป็นสิ่งที่เรา เก็บ มาจากสภาพแวดล้อมรอบๆตัวดังนั้นเราสามารถ เลือก ที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อถ้าความเชื่อนั้นไม่มีประโยชน์อีกต่อไป.

ประการที่สองคือ จะต้องเข้าใจว่าจิตใจของเราเป็นเหมือนซอฟต์แวร์ที่ต้องมีโปรแกรมที่จะเริ่มต้นในวัยเด็ก ดังนั้นเราสามารถตั้งโปรแกรมใหม่ตามที่เราต้องการถ้าเรามีสติ เลือก จะทำเช่นนั้น.

ประการที่สาม เรา ควบคุมจิตใจของเรา ไม่ใช่ในทางกลับกัน.

จากนี้เราจะเห็นว่าจิตใต้สำนึกของเรามีพลังและบทบาทสูงขนาดไหน เมื่อเราเข้าใจในเรื่องนี้ เราสามารถเรียนรู้ที่จะใช้พลังนี้เพื่อการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินชีวิตของเราให้ดีขึ้น และบรรลุเป้าหมายตามที่เราตั้งไว้

มีหลายเทคนิคที่จะเข้าสู่จิตใต้สำนึกของเราและปลูกฝังความเชื่อในทางบวก การทำสมาธิอัลฟ่า เป็นวิธีหนึ่ง

ใจ ของเราเป็นเหมือนซอฟต์แวร์ ให้แก่ สมอง ซึ่งเป็นฮาร์ดแวร์ สมองของเราสร้างขึ้นจากด้านซ้ายของจิตใจ ซึ่งเป็นตรรกะ และการวิเคราะห์ ลิเนีย ด้านซ้ายนี้ทำให้เราคิดคำนวนตัวเลขและภาษา สมองซีกขวาเป็นตรงกันข้าม ลิเตอรัล เป็นสมองทำให้เราคิดสร้างสรรค์ แก้ปัญหาทางอ้อม เมื่อสมองด้านซ้ายและด้านขวาของเราทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์พูนสุขเราจะมีสภาพจิตใจ อัลฟ่า บุคคลสำคัญเช่น โมซาส( นักประพันธ์ ), ไอสไตน์ (ค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลก ) โทมัส เอดิสัน ( คิดค้นไฟฟ้ากระแสตรง ) เทสลา ( คิดค้นไฟฟ้ากระแสสลับ ) และอื่น ๆ เราเชื่อว่าบุคคลเหล่านี้อยู่ในสภาพอัลฟ่าเมื่อพวกเขาค้นพบและสร้างผลงานระดับโลก
ระดับอัลฟ่าของจิตใจเป็นกุญแจสำคัญ ในความเป็นจริงอัลฟ่าคือชุดของความถี่ในสมอง ซึ่งมีสี่ชุดคือ เบต้า อัลฟา ทีตา และเดลต้า แต่ละชุดมีคลื่นความถี่ต่างกัน ระดับอัลฟ่าสามารถเข้าถึงได้โดยการทำสมาธิ โดยทั่วไปการทำสมาธินี้นำไปสู่สภาวะของการมีสติอย่างสมบูรณ์ระหว่างการตื่นตัวและเกือบหลับ.
การทำสมาธิอัลฟ่าเป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่ปลดปล่อยและผูกมัดพลังของจิตใต้สำนึก.

นักวิทยาศาสตร์ทำการวิจัยเกี่ยวกับการทำงานของสมองของเราอย่างต่อเนื่อง. แรงกระตุ้นไฟฟ้าปล่อยออกมาโดยสมองเปลี่ยนความถี่คลื่นขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ทำอยู่ วัดได้จากเครื่องมือที่เรียกว่า EEG ซึ่งวัดจำนวนรอบต่อวินาที อัลฟ่าเป็นความถี่คลื่นสมองระหว่าง7 – 14 รอบต่อวินาที ซึ่งเป็นระดับระหว่างการนอนหลับและความตื่นตัว. ในขณะที่อยู่ในระดับนี้นอกจากสมองด้านซ้ายทำงานตามปกติแล้ว สมองด้านขวาของเรายังถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวอีกด้วย. คลื่นอัลฟาเกิดขึ้นระหว่างคลื่นเบต้าและคลื่นทีตาในวงจรนี้เกิดขึ้นระหว่างความตื่นตัวและนอนหลับ. เมื่อสมองมีความสะดวกสบายอย่างเป็นธรรมชาติ, สภาวะที่ผ่อนคลายนี้จะรักษาเยียวยาและทำให้ร่างกายสดชื่น.

คุณสามารถทำให้เกิดและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการทำอัลฟ่านี้ได้ด้วยตัวเอง เพราะอัลฟ่าเป็นคลื่นสมองเกิดได้จากการทำสมาธิ. สภาพตื่นตัวเป็นเบต้า ผ่อนคลายเป็นอัลฟ่า เกือบจะหลับ เมื่อคุณเห็นภาพแปลกๆเป็นทีตา และการนอนหลับลึกเป็นเดลต้า

คุณเข้าๆออกๆ อัลฟ่าอยู่ทุกวัน หากคุณเคยรู้สึกเหมือนคุณกำลัง “ใจลอย” เพราะคุณเหนื่อยมาก, ดูทีวี, ทำสิ่งที่น่าเบื่อหรือนอนครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่บนเตียง, คุณจะรู้ว่าอยู่ในอัลฟ่ามีความรู้สึกอย่างไร

เป็นสภาวะของการรับรู้ที่ผ่อนคลาย – คุณตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆตัวคุณแต่คุณไม่ให้ความสนใจกับสิ่งรบกวนใด ๆ นี่ไม่ใช่ความมึนงง ( สภาพเช่นนี้ เป็น ทีตา )

เมื่อคุณเริ่มต้นการนั่งสมาธิและอยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายมาก คุณอาจเข้าถึง อัลฟ่า

ความลับของการทำสมาธิที่ดีคือการอยู่ในอัลฟ่าโดยไม่นอนหลับ คนทำสมาธิครั้งแรกส่วนมากไม่สามารถผ่อนคลายหรือผ่อนคลายมากเกินไปจนหลับ.
อัลฟ่าทำให้บุคคลคิดอย่างมีประสิทธิภาพ ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย และเกิดความคิดสร้างสรรค์ ในระดับนี้ทำให้เราเชื่อมต่อกับจิตใต้สำนึกของเราและช่วยให้เราสามารถเข้าถึงพลังอำนาจที่แฝงตัวอยู่อย่างลับๆ ได้ทำการพิสูจน์และพบว่าการเข้าถึงจิตใจในระดับนี้สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงอย่างได้ผล. การทำสมาธิอัลฟ่ายังทำให้มีความคิดหลักแหลมและเพิ่มหน่วยความจำในสมอง.

เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะปลุกพลังอำนาจวิเศษนี้ในตัวคุณ, ก็เป็นไปได้ที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆในชีวิตและสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการ คุณลักษณะเฉพาะของอัลฟ่าสมาธิคือในขณะที่คุณอยู่ในระดับสมาธิคุณสามารถเข้าถึงปัญหาของคุณและใช้พลังงานในเชิงบวกที่สร้างขึ้นในระหว่างการทำสมาธิมองเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสร้างสิ่งที่ดีในชีวิต.
ภูมิประเทศของจิตใจ เป็นหลักสูตรการปรับสภาพจิตใจ สอนให้คุณสร้างเครื่องมือช่วยในการสื่อสารกับความคิดเพื่อสร้างความเชื่อใหม่, เพื่อแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์, กำจัดอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์และ ช่วยเสริมสร้างปรากฏการณ์เชิงบวกในชีวิต. ช่วยแนะนำให้คุณหาหนทางไปสู่ความประสบความสำเร็จในเป้าหมายใด ๆ นอกจากนี้ยังช่วยค้นหาความต้องการอย่าง ‘ แท้จริง ‘ ในชีวิต

เทคนิคเหล่านี้ง่ายมากๆ แต่บางทีอาจเป็นไปได้ที่คุณอาจคิดไม่ถึงเพราะเราชอบทำตัวซับซ้อนไม่เรียบง่าย ดังที่ อัลเบริตย์ ไอสไตน์ กล่าวว่า “ถ้าหาคำตอบได้ง่ายๆ นั่นเป็นเพราะพระเจ้ากระซิบบอก”

การทำสมาธิอัลฟ่าตามคำแนะนำง่ายๆ คือการฝึกสมองของคุณให้ตอบสนองโดยอัตโนมัติกับความเงียบสงบเป็นธรรมชาติทุกที่ ทุกเวลาและเข้าถึงความสามารถพิเศษที่ทุกคนมีอยู่ในตัว อาจใช้เวลานานก่อนที่คุณจะชนะระบบประสาทซึ่งถูกกัดกร่อนจากสภาพแวดล้อมมาเป็นเวลานาน แต่แม้จะใช้เวลานานเท่าไหร่ ก็จะคุ้มค่า ทนทำอยู่กับมันแล้วคุณจะเห็นผลดี.

ในที่สุดหลังจากคุณทำเช่นนี้เพียงพอ ที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีเซลล์ประสาท, สมองจะทำเองโดยอัตโนมัติ แค่บางครั้งเสริมโดยใช้เทคนิคเต็มรูปแบบ การฝึกเช่นนี้สมองจะสร้างความสงบอย่างถาวรมากกว่าการทำสมาธิโดยทั่วไป ทำให้จิตใจอยู่ในสภาพ “ตื่น” เมื่อเราต้องการมากที่สุดในชีวิตประจำวัน.

เมื่อทำอย่างสม่ำเสมอจนกลายเป็นธรรมชาติ สมองจะตอบสนองต่อความเครียดโดยอัตโนมัติ บางครั้งคราวเสริมด้วยเทคนิคอื่นเพื่อรักษาประสิทธิภาพการตอบสนอง เมื่อประสบความสำเร็จเราจะเข้าสู่อัลฟ่าถาวรหรือสภาพตื่นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราต้องการมากที่สุดในชีวิตประจำวัน. ตอนนี้ฉันรู้ว่าการฝึกอัลฟ่า เป็นประตูสู่ประสิทธิภาพของจิตใจ ทำให้เรามีความสามารถตามธรรมชาติซึ่งถูกนำไปใช้โดยผู้ประสบความสำเร็จในประวัติศาสตร์ นี่ไม่จำเป็นต้องมีความเชื่อใด ๆเพียงแค่ แรงจูงใจที่จะให้โอกาสที่จะทำ

การฝึกอัลฟ่าหรือสมาคมสัญญาณทางร่างกายและจิตใจที่ผ่อนคลายสร้างผลตอบสนองต่อความสงบ โดยสตีเฟ่น สกาเลส. เทคนิคการปรับสภาพภูมิประเทศของจิตใจ โดย ดร. จอห์น เวลส์เทียม,สถาบันนานาชาติ บอดีย์ทอคย์ .
บทความต่อไปเราจะพูดคุยเกี่ยวกับขั้นตอนที่นำไปสู่สภาพอัลฟ่า

ที่มา:
ระบบพูดคุยของร่างกาย

Share.

About Author

Archana Kaur (Anna)

Archana is one of the co-founders of Almonds & Raisins.