สุขภาพดีเริ่มด้วย Pranayama (Qigong) มันคืออะไรนะ?

0

อะไรคือปัจจัยสำคัญอันดับ 1 ในการรักษาสุขภาพที่ดี มีอายุยืน เติมความสดชื่นมีชีวิตชีวา และพลานามัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ? หรือจะเป็น อาหาร , การออกกำลังกาย , การดื่มน้ำ , การนอนหลับ , สุขภาพจิต หรือสิ่งแวดล้อม?

อันที่จริงสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดมีความสำคัญมาก แต่ก็ยังมีความสำคัญเป็นอันดับรองจากสิ่งที่คนทั่วไปรวมถึงแพทย์มักจะมองข้าม

ลองคิดดูว่า อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคุณ? และยังสำคัญอีกว่าคุณทำมันตลอดทุกที่ทุกเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งที่คุณยังทำมันโดยไม่รู้ตัวด้วยซำ้แม้กระทั่งในขณะที่กำลังอ่านเรื่องนี้อยู่ มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพ ความกระปรี้กระเปร่าและพลานามัยของคุณ แม้การหยุดทำมันเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นคุณจะต้องตายทันที! ซึ่งสิ่งเดียวนั้นที่มิอาจปฏิเสธได้ก็คือการหายใจ การหายใจเกิดขึ้นเพื่อการมีชีวิตแต่ถ้าปราศจากการหายใจแล้วเมื่อไรก็จะไม่มีชีวิตอีกต่อไป ทั้งมนุษย์ , พืช และ สัตว์ทุกชนิด

ตั้งแต่เกิดจนตาย ชีวิตทุกชีวิตล้วนขึ้นอยู่กับอากาศเพื่อสุขภาพและพลานามัยที่ดี การมีชีวิตอยู่ต่อไป ตั้งแต่เซลล์กล้องจุลทรรศน์ mitochondria ไปยังปอด เซลล์มีชีวิตทุกชนิดต้องหายใจและอาศัยอากาศที่เพียงพอ

Pranayama เป็นศาสตร์โบราณเกี่ยวกับการหายใจ โดยโยคีชาวอินเดียได้ปฏิบัติอย่างสมบูรณ์แบบมากว่าช้านานหลายพันปี หลังจากนั้นได้มีพระวัดเส้าหลินและนิกายเต๋าขยายการปฏิบัติออกมาในลักษณะคล้าย ๆ กันเรียกว่า Qigong (Chi Kung) ในหลายปีที่ผ่านมาเราได้มุ่งมั่นเรียนรู้ ฝึกฝน และสอน Pranayama / Qigong และเราสามารถบอกได้ว่าการฝึกการบริหารภายในนี้เป็นประจำทุกวันมีความสำคัญมากต่อการสร้างพลังงาน ความรื่นเริง ความแข็งแกร่ง ความบริสุทธิ์ สมดุล การผ่อนคลาย การคืนพลังงาน สร้างภูมิคุ้มกัน และความกระปรี้กระเปร่าที่ขาดหายไป แต่น่าเสียดายที่มันเป็นสิ่งสำคัญที่เรามักจะมองข้ามและไม่เห็นคุณค่า

“การหายใจและการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากในฐานะของการบำบัดที่มีมากกว่าการใช้ยา ความรู้นี้เป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการและจำเป็น แม้แต่แพทย์ก็ยังต้องศึกษาในเรื่องนี้อย่างละเอียด” -Taoist Shen Chia-shu

ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่าการหายใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิตของเรา แต่จะรักษามันให้ดีได้อย่างไร เราให้ความใส่ใจมากแค่ไหนแก่การหายใจของเรา คุณเคยเรียนรู้หรือฝึกวิธีการหายใจที่ถูกต้องหรือไม่?
คนทั่วไปใช้ชีวิตด้วยพลังเพียงครึ่งเดียว ออกซิเจนที่ไม่เพียงพอ เป็นการเปิดประตูให้นำพาโรคภัยเข้าสู่ตนเอง ด้วยการหายใจเข้าปอดเพียงตื้นๆ นำไปสู่ความหายนะที่เร็วขึ้น

“มนุษย์ใช้วิธีที่ไม่เหมาะสมสำหรับการเดิน การยืน และการนั่งซึ่งทำให้การหายใจที่ดีและถูกต้องหายไปจากเรา เราได้ใช้จ่ายราคาแพงให้แก่ความเจริญรุ่งเรือง ด้วยความรุนแรงของการหายใจที่สูญเสียไปโดยนิสัยของผู้เจริญ จำนวนของผู้ที่เจริญแล้วที่สามารถหายใจได้ถูกต้องนั้นมีจำนวนน้อยมาก และผลในทางตรงกันข้ามก็คืออาการแน่นหน้าอก ไหล่คุ้มงอ และการรุมเร้าของโรคภัยต่างๆในทางเดินหายใจ ผู้มีอำนาจได้กล่าวว่าคนรุ่นหนึ่งที่สามารถหายใจได้อย่างถูกต้องจะสร้างการแข่งขันขึ้นใหม่ และโรคภัยก็จะไม่ค่อยเกิด ไม่ว่าจะมองจากมุมมองของชาวตะวันออกหรือตะวันตก จุดติดต่อก็อยู่ที่ระหว่างการหายใจได้อย่างถูกต้องและสุขภาพดังที่ได้อธิบายไปแล้ว การสอนทางตะวันตกแสดงว่าสุขภาพทางกายขึ้นกับการหายใจได้อย่างถูกต้อง ผู้สอนชาวตะวันออกไม่เพียงแต่จะเห็นด้วยกับทางตะวันตก แต่ยังเสริมอีกว่าประโยชน์ทางกายภาพมาจากนิสัยในการหายใจ พลังของจิตใจ ความสุข การควบคุมตนเอง การมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างชัดแจ้ง ศีลธรรม และแม้แต่การเติบโตของจิตวิญญาณของมนุษย์ก็อาจจะเพิ่มขึ้นด้วย” -Yogi Ramacharaka, “The Science of Breath” (7)

การฝึกกำหนดลมหายใจให้ลึกเป็นประจำเป็นการออกกำลังกายที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด และเป็นยาป้องกันโรคได้เป็นอย่างดี
เพราะมันเป็นการล้างพิษด้วยออกซิเจน ทำความสะอาดและสร้างความบริสุทธิ์ให้เลือดและปอด เคลื่อนย้ายต่อมน้ำเหลือง ผ่อนคลายอาการเจ็บปวด ลดความเครียดความหวาดกลัว และความหดหู่ สร้างความอดทน เพิ่มความสามารถของปอด กล้ามเนื้อที่ผิดปกติ เพิ่มความแข็งแกร่ง มีสมาธิ มีความชัดเจนทางจิตใจ เสริมสร้างและปรับสมดุลอวัยวะภายในเพิ่มความสดชื่นและเพิ่มพลังงาน ปรับอารมณ์ ปลดปล่อยฮอร์โมนเอ็นโดร์ฟิน ควบคุมน้ำหนัก ปรับปรุงระบบย่อยอาหาร เสริมภูมิต้านทาน ช่วยในการนอนหลับ และช่วยกระตุ้นความผ่อนคลายในทุกส่วนของร่างกาย

“ประโยชน์ในการกำหนดลมหายใจนั้นมีมากมาย การหายใจของคุณมีผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของคุณ อันที่จริงการหายใจของคุณอาจจะมีความสำคัญมากที่สุดต่อความรู้สึกของคุณ ลองคิดดูว่าเราหายใจอย่างไรเมื่อเราเศร้าและร้องไห้ เราจะหายใจเข้าถี่และตื้น แต่หายใจออกยาว ๆ และถ้าใครกำลังโกรธการหายใจเข้าก็จะหดสั้นแต่หายใจออกจะยาวและแรง ในระหว่างที่เครียด การหายใจสามารถตื้นมากขึ้นจนแทบจะไม่เกิดขึ้น ในทางตรงกันข้ามเวลาที่เรารู้สึกดี การหายใจจะสงบและสม่ำเสมอ สิ่งที่น่าทึ่งเกี่ยวกับการฝึกการหายใจคือความสัมพันธ์ยังสามารถย้อนกลับได้ โดยการเปลี่ยนวิธีการหายใจของคุณ คุณยังสามารถเปลี่ยนวิธีที่คุณรู้สึกได้ด้วย หากคุณหายใจลึก ๆ ลงไปที่ท้อง นี่จะเป็นการส่งข้อความให้ร่างกายเปลี่ยนอารมณ์ในด้านลบไปเป็นบวก การหายใจลึก ๆ ย้ายพลังแห่งชีวิตและลบล้างพลังงานที่เฉื่อยชา มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะหายใจลึก ๆ และมีความรู้สึกในด้านลบไปพร้อม ๆ กัน” -Mantak Chia, “Simple Chi Kung” (56-57)

การหายใจเป็นกลไกที่ปอดทำการกรองและล้างเลือด เพราะเลือดเป็นสสารที่หล่อเลี้ยงและให้อาหารทุกเซลล์ในร่างกาย ดังนั้นการหายใจที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญมากในการรักษาสุขภาพและความสมดุลของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย

เลือดเริ่มต้นการเดินทางของมันที่หัวใจ สีแดงเข้มของมันนั้นอุดมไปด้วยออกซิเจนและคุณสมบัติอันเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิต ซึ่งการขาดออกซิเจน เท่ากับไร้ซึ่งพลังงานแห่งชีวิต เลือดถูกสูบฉีดจากหัวใจไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ในทางกลับกันนั้นเลือดจากหลอดเลือดเล็ก ๆ จะเดินทางกลับไปสู่หัวใจผ่านปอดซึ่งจะมีเส้นเลือดฝอยมากมายที่หนาพอที่จะฉีดส่งเลือดแต่ก็บางพอที่จะสามารถรับเอาออกซิเจนได้ในระหว่างการหายใจเข้า ออกซิเจนจะสัมผัสเลือดที่ยังไม่ผ่านการฟอก และทำปฏิกิริยาในกระแสเลือดเพื่อปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีของเสียและสารพิษต่าง ๆ เหล่านั้นออกจากร่างกาย ฉะนั้นเลือดที่ผ่านการฟอกทำความสะอาดแล้วก็จะนำเอาเลือดสีแดงสด และมีออกซิเจนเข้มข้นส่งไปหล่อเลี้ยงทุกเซลในร่างการของเราอีกครั้ง

พูดง่ายๆ ก็คือเลือดเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงเซลล์นับล้านในร่างกายของเราและช่วยต่ออายุให้แก่เรา จากศรีษะจรดปลายเท้า เลือดหล่อเลี้ยงสูบฉีดนำเอาพลังงานแห่งชีวิตไปให้ทุกเซลล์ตลอดเวลา
กระบวนการไหลเวียนของเลือดในแต่ล่ะครั้งจากหัวใจไปยังเส้นเลือดต่างๆ จนกลับไปสู่หัวใจอีกครั้งนั้น เลือดได้ทำการเก็บเอาสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ไปส่งที่ปอดเพื่อทำการฟอกใหม่ผ่านทางเดินหายใจ ดังนั้นการหายใจที่ถูกต้องเป็นการเพิ่มออกซิเจนเติมเต็มเลือดของเราอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นวงจรของชีวิตจะดำเนินต่อไปโดยไม่ชะลอให้ช้าลง การหายใจจึงช่วยพัฒนาและสร้างการเติบโตให้แก่ปอดเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำงานในการนำออกซิเจนเข้าและเอาคาร์บอนออกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นการสั่งสมการเจริญเติบโตของพลานามัยที่ดีในแต่ละวัน

ปอดของเราตั้งอยู่ในเยื้อหุ้มปอดของโพรงหน้าอกที่ถูกแบ่งออกจากกันด้วยหัวใจ เส้นเลือด และท่อลม ปอดแต่ละข้างเป็นอิสระจากกัน ยกเว้นส่วนรากที่ติดต่อกันผ่านหลอดลมและหัวใจ เมื่อคุณหายใจนำเอาออกซิเจนเข้ามาทางโพรงจมูกที่ได้รับความอบอุ่นและกลั่นกรองผ่านขนและเมือกในโพรงจมูก จากนั้นเข้าสู่หลอดลมที่ถูกส่งไปยังเซลล์ปอดนับล้าน อากาศจะถูกนำเข้าสู่ปอดโดยกล้ามเนื้อกะบังลม ที่เป็นเส้นยาวแข็งแรงผ่านหน้าอก และเมื่อกะบังลมหดตัว ปอดและหน้าอกจะขยายตัวเพื่อสูดลมเข้าเช่นเดียวกับเครื่องดูดฝุ่น และเมื่อมันคลายตัว หน้าอกและปอดจะหดตัวและอากาศก็จะถูกส่งออกเช่นเดียวกับเครื่องเป่า การทำงานของกะบังลมไม่สามารถควบคุมได้เช่นเดียวกับหัวใจ แต่ด้วยการฝึกโยคะ ผู้ฝึกจะสามารถเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ให้เป็นอวัยวะที่สามารถควบคุมได้ในบางส่วน

Share.

About Author

Eric Dubay

Eric Dubay is a 31 year-old American living in Bangkok, Thailand where he teaches Yoga and Wing Chun part-time while writing books and blogs full-time.

Comments are closed.