“เติม วิตามิน-D ง่ายๆด้วยแดดยามเช้า” – อีกหนึ่งความเชื่อที่ไม่เป็นความจริง

0

ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งหลายหรือแม้กระทั่งคุณหมอมักจะบอกเราเสมอว่า วิธีที่ดีที่สุดที่จะเพิ่มระดับวิตามิน D ก็คือการใช้เวลารับแสงแดดในตอนเช้า แท้จริงแล้วมันเป็นความจริงหรือเป็นเพียงความเชื่อ?

ความจริงก็คือ แสงแดดผลิตวิตามิน D ได้แต่ไม่ใช่แสงแดดในตอนเช้า วิตามิน D3 (cholecaliciferol) เป็นการสังเคราะห์แสงในผิวของเราเมื่อคอเรสเตอร์รอล (7-dehydrocholesterol) ในผิวของเราได้รับสัมผัสกับรังสี UVB (รังสี ultraviolet B ที่มีความยาวคลื่น 280-315 nm) ที่มีอยู่ในแสงแดด
จากนั้น D3 ก็จะเริ่มขบวนการในตับให้เป็น 25-hydroxy vitamin D (calcidiol) และทำปฏิกิริยาต่อไปแล้วถูกนำไปเก็บไว้ในไตในรูปของ 1,25 dihydroxy vitamin D (calcitrol) และสารสุดท้ายนี่แหละเป็นสิ่งที่ร่างกายนำมาใช้!

การเปลี่ยนความเชื่อนี้ เราต้องมีความรู้เล็กน้อยเกี่ยวกับรังสีอัลตราไวโอเล็ตที่มีอยู่ในแสงแดด ตามที่ชื่อว่า “อัลตรา” ซึ่งหมายถึง “เกินกว่า”

ดังนั้น UV (อัลตรา ไวโอเล็ต) จึงเป็นมากกว่าสีไวโอเล็ตที่ตาของเรามองไม่เห็น เพราะตาของเราสามารถมองเห็นได้เพียงเจ็ดสี ซึ่งอยู่ในคลื่นอิเล็กโตรเม็กเนติกที่มีความยาวคลื่น 380 -780 นาโนมิเตอร์ อัลตราไวโอล็ตได้รับการแตกตัวออกเป็น UVC, UVB และ UVA ในคลื่นอิเล็กโตรเม็กเนติกที่มีระยะของ UVC ที่ 100-280nm, UVB ที่ 280-315nm และ UVA ที่ 315-400 รังสี UV เป็นรังสีปริมาณเล็กน้อยที่ส่องมายังผิวโลก ปริมาณส่วนใหญ่ของมันถูกกรองออกไปโดยชั้นบรรยากาศ มีเพียงในคลื่นอิเล็กโตรเม็กเนติกที่มีความยาวคลื่นที่ 280-315nm ซึ่งเป็น UVB ที่มีการทำงานผลิตวิตามิน D ในผิวของเรา

ดังนั้น ตอนนี้คุณคงจะเดาได้แล้วว่าเราต้องรู้ว่าเวลาใดที่รังสี UVB ส่องมาถึงโลกหรือตกลงมาถึงผิวของเรา ใช่แล้ว แน่นอนที่สุดที่ไม่ใช่ในเวลาเช้าหรือตอนเย็น เมื่อดวงอาทิตย์วางมุม 50 องศากับขอบฟ้าของโลกรังสี UVB บางส่วนสามารถเจาะผ่านชั้นบรรยากาศ/โอโซน ที่มุมน้อยกว่า 50 องศามันจะสะท้อนกลับ จะพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ มุมที่กว้างกว่า 50 องศาจะอยู่ในช่วงระยะเวลา 2-4 ชั่วโมงก่อนและหลังเวลาเที่ยง แน่นอนว่ายังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง อาทิ อากาศ ฤดูกาล ความสูง แนวขนานและแนวตัดของเส้นศูนย์สูตร รายละเอียดของสถานที่สามารถตรวจดูได้จากเว็บไซด์ U.S. Navy เพื่อกำหนดเวลาและองศาของดวงอาทิตย์เหนือจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง

ยกตัวอย่างเช่น ในกรุงเทพฯ ในวันที่ 15 เมษายน เราสามารถได้รับรังสี UVB เฉพาะในเวลา 09:40 นาฬิกาถึง 15:00 นาฬิกา
และสำหรับกรุงเทพฯ ในวันที่ 15 ธันวาคมจะเป็นช่วงเวลา 11:10 นาฬิกาถึง 13:20 นาฬิกา

แค่เพียงระยะเวลา 10–15 นาทีที่ได้สัมผัสกับแสงแดด 2–3 ครั้ง/สัปดาห์ ก็เพียงพอแล้วที่จะผลิตวิตามิน D แต่สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีต้องการเพิ่มเป็นสองเท่า

เราไม่ต้องกังวลว่าจะมีการผลิตมากเกินไป เพราะเมื่อการสำรองมีปริมาณมากพอแล้วส่วนเกินก็จะสลายไป นี่ต่างจากการรับประทานวิตามินเสริมมากเกินไป ซึ่งสามารถนำไปสู่การเป็นพิษตกค้างและผลข้างเคียงต่าง ๆ มากมาย นอกจากนี้ 10-15 นาทีไม่เป็นอันตรายหรือทำลายผิวของเรา ดังนั้นแทนที่จะกังวลเรื่องสีผิวของคุณ จึงควรออกไปรับประทานอาหารกลางวันข้างนอกและรับอากาศบริสุทธิ์และแสงแดด (UVB) เพื่อให้ได้รับวิตามินที่สำคัญได้ฟรีจากธรรมชาติจะดีกว่า เพราะสุขภาพนั้นสำคัญกว่าความสวย

อ่านต่อ:
How to Know if You Are Getting Vitamin D from Sun Exposure

Share.

About Author

Anil Grover

Anil Grover is a Graduate of the Plant Based Nutrition Certificate Program and one of the founders of the Back to Beginnings food program in Thailand. The program is focused on providing a natural, intact, whole, plant based foods nutritional approach to achieve an optimum health and weight. A workshop is also available for those that want to learn more, drop Anil an email.

Comments are closed.