รับฟังร่างกายของตัวเอง

0

บางครั้งคุณอาจรู้สึกว่าคุณขาดการเชื่อมต่อกับตัวเอง. คุณอาจพบว่าคุณประพฤติตัวตามแบบที่ “คนอื่น”คาดหวังในตัวคุณ. คนอื่นนี้ อาจรวมถึงบรรพบุรุษ, ครอบครัว, ผู้อยู่ในวงการเดียวกัน, สังคมหรือวัฒนธรรมเดียวกัน. คนเหล่านี้ทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้นภายในตัวเราและทำให้เราขาดความเป็นตัวของ ‘ตัวเอง’.

วิวัฒนาการของมนุษย์มาถึงจุด ที่คนจะลืมฟังเสียงภายในตัวเอง เนื่องจากการพึ่งพา เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันมากเกินไป. ตัวอย่างเช่น, เมื่อเรากำลังขับรถจากบ้านไปช๊อปปิ้ง , เราอาจใช้ GPS ถึงแม้ว่าเรารู้ ว่าเราจะไปทางไหน. แต่ในที่สุด, เราอาจไปผิดทางหรือหลงทาง แม้กระทั้งใช้เวลาในการเดินทางมากกว่าเดิม.

สิ่งที่เกิดขึ้นดูเหมือนว่าสันชาติญาณของเราเกิดการ”หักเห”. มันเป็นความเห็นแก่ตัวสำหรับเราที่จะดูแลความต้องการของตัวเอง? จะดีกว่าไหมหากทำตามคนอื่น เพราะกลัวความรับผิดชอบของตัวเองต่อความสำเร็จ / ความงาม? ความสับสนในสิ่งที่ตนเองเป็นอาจจบลงที่การหลีกเลี่ยงความเป็นตัวของ”ตัวเอง”.

เราสามารถทำอย่างไรได้ในการแก้การบิดเบือนของตัวเอง?

เชื่อมต่อกับตนเอง. เป็นการ ให้เกียรติเส้นทางเดินในชีวิต, ปลุกเรียกความแตกต่างกันภายในของแต่ละบุคคล, เข้าใจถึงความกลัวของตัวคุณเอง และตระหนักถึงความต้องการของผู้อื่น, ความคาดหวัง และความฝันที่คุณใฝ่หา. สร้างเส้นทางของการสื่อสาร. ร่างกายของเราได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนจุดประสงค์ในชีวิตของแต่ละบุคคล.

เพื่อการมีชีวิตอยู่อย่างสมบูรณ์ ร่างกายของเราถูกออกแบบมาให้มีการสื่อสารภายในตัวเอง. ในร่างกายของเรามีตัวส่งข้อความซึ่งช่วยในกระบวนการสื่อสารกับ
เส้นประสาท

สารที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณระหว่างเส้นประสาท คือ
ฮอร์โมน – ผ่านทางน้ำเลือด
การไหลเวียนของพลังงานในร่างกาย
จุลินทรีย์ – การตอบสนองต่อสารเคมี

หลังจากการปฎิสนธิ, ร่างกายต้องการและพยายามที่จะติดต่อสื่อสารกับตัวของเราตลอดเวลา (24/7). คำถามคือ, เราเชื่อมต่อกับตัวเองมากพอที่จะรู้ว่าร่างกายของเราพยายามที่จะบอกอะไรกับตัวเราหรือไม่?

เมื่อการสื่อสารต่างๆ ล้มเหลว, ร่างกายของเรา จะส่ออาการทำให้เจ้าตัวรู้ว่า ร่างกายของเรากำลังขาดอะไร หรือมีอะไรผิดปรกติ หรือ มีอะไรบางอย่างในร่างกายมากเกินไปหรือไม่. ซึ่งอาการเหล่านี้ทำให้ตัวเราต้องให้ ความสนใจแก่ตัวเอง!

แต่ทว่า, เราเข้าใจจริงๆหรือ ว่าร่างกายของเราพยายามที่จะบอกอะไรแก่เรา?

น่าเศร้า, มนุษย์โดยทั่วไปโดยเฉลี่ย, พยายามที่จะกำจัดอาการที่ร่างกายพยายามบอก แทนการรับฟังว่าความจริงแล้วร่างกายต้องการอะไร.คนเหล่านี้พยายามกำจัดอาการด้วยการรักษา. ตัวอย่างเช่น, เมื่อเรามีอาการท้องผูก, ส่วนใหญ่กินยาระบาย .เรามักลืมไปว่าอาการท้องผูกนั้น ความจริงแล้วปัญหาของอาการนี้มีมากแค่ไหน.

ร่างกายของเราจะพยายามเรียกร้องความสนใจโดยการปล่อยอาการคล้ายกันครั้งแล้วครั้งเล่า. ร่างกายของเราทุกคนพยายามที่จะบอกตัวเราให้หยุดทำร้าย หยุดทรยศต่อตัวเองจากส่วนลึกของวิญญาณ. พยายามที่จะสอนตัวเรา ปล่อยจิตวิญญาณของเราให้เป็นอิสระจากสิ่งผูกมัด (ซึ่งพวกเราส่วนใหญ่กลัว).

ขาดความรู้และขาดความตระหนักเป็นตัวการใหญ่ให้นำไปสู่สุขภาพที่แย่และโรคภัยต่าง ๆ . ฉะนั้นหลีกเลี่ยงความโง่เขลาของตัวเองและรับฟังร่างกายของคุณ. ฟังเสียงที่บอกว่า, คุณมีความพิเศษเฉพาะตัว! พวกเราละเลยต่อเสียงเหล่านี้มาเป็นเวลานานมากเกินไป.

Body Talk จัดหาวิธีการต่างๆ ช่วยให้คุณหาหนทางเข้าถึงเส้นทางของการสื่อสาร. Body Talk จัดลำดับความสำคัญ ความต้องการของแต่ละบุคคลเพื่อการรักษาของแต่ละคนเป็นการส่วนตัว.

Share.

About Author

Irene Khor

From a very young age, Irene has been pondering upon this question - "why does certain medication or treatment works well for some, but can be harmful for others? Because of her burning desire to search for answers, Irene was drawn to the BodyTalk System since 2005. Irene is an Advanced Certified BodyTalk Practitioner (Adv. CBP). She has also completed the Master Neuro-Linguistic Programming (MNLP) Practitioner program together with Hypnotherapy & Timeline Therapy certifications and worked in the training and coaching environment for 4 years. Irene conducts private sessions and she is also a BodyTalk Access Trainer in Singapore. Contact Irene to book an appointment or visit Awakening Touch for more information.

Comments are closed.