วิธิธรรมชาติและวิทยาศาสตร์ช่วยเยียวยา อาการเจ็ทแล็ก

0

คุณอาจเคยมีประสบการณ์อาการอ่อนเพลียจากการเดินทางโดยเครื่องบินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลา. นี้เป็นเพราะร่างกายของเรา (นาฬิกาภายในของเรา) ไม่เคยชินกับเวลาท้องถิ่นปลายทาง.

อาการเจ็ทแล็ก รวมถึงอาการนอนไม่หลับ, อาหารไม่ย่อย, สับสน, หงุดหงิดในวันถัดจากการเดินทาง. จะเกิดขึ้นนานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าคุณข้ามเส้นแบ่งเขตเวลากี่เส้น. โดยทั่วไปเจ็ทแล็ก 1วันต่อ 1 เส้นแบ่งเขตเวลา.

จะเห็นได้ว่าเมื่อคุณเดินทางจากตะวันตกไปตะวันออก เช่น เดินทางจากสหรัฐอเมริกามายังประเทศไทย, โดยทั่วไปจะมีความอ่อนเพลียรุนแรงมากขึ้น.

การเยียวยาสามารถทำได้คือ:

1. อาหารเสริมเมลาโทนิน: เมลาโทนินเป็นฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมไพเนียลในสมอง. มีหน้าที่ควบคุมความเข้มของแสงและมีบทบาทสำคัญในการควบคุมนาฬิกาภายในร่างกาย, ซึ่งมีผลต่อเวลาในการนอนหลับและตื่น.

เมื่อมืดไม่มีแสง, ฮอร์โมนเมลาโทนิน จะถูกปล่อยออกมาและทำให้เรารู้สึกง่วงนอน. แต่เมื่อเราข้ามเส้นแบ่งเขตเวลา และสัมผัสกับแสงในช่วงเวลานอนปกติ, ทำให้เมลาโทนินเกิดการชะงักตัว. แม้ความแตกต่างของเวลาเพียง 3-4 ชั่วโมงก็สามารถเกิดปัญหานี้ได้. ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เมลาโทนิน เพียง 5 มิลลิกรัม กินก่อนเข้านอนตามเวลาปกติ 3 คืน ช่วยบรรเทาอาการเจ็ทแล็กได้.

2. ยาชีวจิต: ยาชีวจิตสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็ทแล็กได้. คุณสามารถซื้อยาชีวจิตได้ที่ร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพใกล้บ้านหรือที่สนามบิน. ยานี้เชื่อกันว่าไม่มีพิษสะสม เพราะผ่านขบวนการทำให้เจือจาง.

3. ปรับเวลาตื่นและนอน: เตรียมความพร้อมให้ตัวเองก่อนวันเดินทาง, ปรับเวลาการนอนใหม่โดยตื่นขึ้นและนอนหลับก่อนหรือหลังเวลาปรกติ (ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเดินทางไปตะวันออกหรือตะวันตก) อย่างน้อย 3 วันก่อนเที่ยวบินของคุณ.

จะออกเดินทางไปตะวันตก, ควรเข้านอนและตื่นนอนหลังเวลาปรกติ 1 ชั่วโมง. คุณสามารถค่อยๆทำเพิ่มขึ้นในวันต่อไปเป็น 2 และ 3 ชั่วโมงตามลำดับ.

หากจะเดินทางไปตะวันออก, ควรเข้านอนและตื่นนอนก่อนปรกติ 1 ชั่วโมง. แล้วทำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในวันถัดไป.
นอกจากนี้คุณอาจเริ่มปรับตัวให้เข้ากับโซนเวลาใหม่โดยการตั้งค่านาฬิกาของคุณให้เข้ากับโซนเวลาที่จะไปและปรับตัวให้เข้ากับโซนเวลานั้น. ถ้าปลายทาง 5 ชั่วโมงช้ากว่าโซนเวลาปัจจุบันของคุณแล้วคุณควรตื่น 6 ชั่วโมงก่อนวันเดินทาง และนอนเมื่อถึงที่หมายในเวลาท้องถิ่น.

4. หลีกเลี่ยงคาเฟอีน: เช่น ชา, กาแฟ และเครื่องดื่มน้ำอัดลม เพราะจะทำให้ไม่ง่วงนอนตอนกลางวัน.

5. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: หลีกเลี่ยง2-3วันก่อนการเดินทาง เพราะจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ, มีผลต่อสมองและเคมีในร่างกาย เป็นสาเหตุ ขัดขวางการนอนหลับ. ทำให้เกิดอาการเจ็ทแล็กมากขึ้น.

6. รับประทานอาหารเบาๆ – “กินเพื่อต่อต้านอาการ Jet Lag”: อาหารป้องกันอาการเจ็ทแล็กทำการพัฒนา, ค้นคว้าที่ห้องปฏิบัติการแห่งชาติอาร์กอน กระทรวงพลังงาน. ตามรายการอาหารนี้ – บุคคลต้องเปลี่ยนแปลงการกินและการอดอาหาร 4 วันก่อนวันเดินทาง. ดังนั้น, กินอาหารเช้าและอาหารกลางวันที่มีโปรตีนสูง, อาหารเย็นที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงในวันแรก. ในวันที่สอง, กินแคลอรี่และคาร์โบไฮเดรตให้น้อยที่สุด. ในลักษณะนี้, จะเริ่มต้นกินอาหารเช้าที่จุดหมายปลายทาง. เป็นความเชื่อว่าการกินน้อยๆก่อนขึ้นเครื่องและหลีกเลี่ยงอาหารบนเครื่องบินหากไม่ตรงกับเวลาอาหารปกติของคุณจะช่วยป้องกันไม่ให้ระบบการย่อยอาหารหยุดชะงักตามนาฬิกาภายในร่างกาย. ควรดื่มน้ำมากๆ.

7. ทำไปตามแสง: ใช้ เจ็ทแล็ก รูสเตอร์ หรือ บริติชแอร์เวย์เว็บไซต์ เพื่อตรวจสอบว่าเมื่อใดคุณควรหลีกเลี่ยงแสงหรืออยู่ในความมืด. ถ้าต้องการออกไปเจอแสงแดดเมื่อแผนการกำหนดว่าควรอยู่ในความมืดแล้ว, คุณควรสวมแว่นตากันแดดสีเข้มเพื่อช่วยกันแสง.

ที่มา:
1. นิตยสาร Wired
2. ความลับของนักเดิน ทางชาวออสเตียเรีย

Share.

About Author

Archana Kaur (Anna)

Archana is one of the co-founders of Almonds & Raisins.

Comments are closed.