คุณเหนื่อยอยู่ตลอดเวลาหรือเปล่า เรามาดูวิธีเอาชนะความเหนื่อยล้ากันเลย

0

จากการสำรวจความคิดเห็นในปี 2014 ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ BMJ พบว่ามีคนถึง 36 เปอร์เซ็นต์รู้สึกเหนื่อยล้าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หากคุณมีอาการเหนื่อยล้าเป็นประจำแล้ว โปรดทราบว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียว ตัวเลือกในการใช้ชีวิตธรรมดาทั่วไป อย่างเช่น นอนดึกเพื่อดูหนังให้จบ ออกกำลังกายมากเกินไปหรือทำงานมากเกินไป สิ่งเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดอาการเหนื่อยล้าได้ทั้งสิ้น โชคดีที่ว่าเราสามารถแก้ไขสิ่งเหล่านี้ได้ด้วย เพียงแค่การเปลี่ยนวิถีชีวิตของเรา

เลือกกิจวัตรประจำวันที่ผ่อนคลาย: ไม่ว่าจะเป็นการฝึกโยคะหรือการทำสมาธิ หาช่องทางในการปลดปล่อยความเครียดและความเหน็ดเหนื่อย เพียงท่าโยคะง่าย ๆ บางท่าสามารถช่วยเสริมพลังงานในร่างกายของคุณได้ อีกทั้งการทำสมาธิ สามารถช่วยลดความเครียดและความเหน็ดเหนื่อยได้เช่นกัน

จัดตารางการออกกำลังกาย: ว่ายน้ำ วิ่ง เดิน แอโรบิคหรือแม้แต่โยคะล้วนเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเสริมพลังงาน ลดความเครียดและช่วยให้คุณนอนหลับสบายได้เป็นอย่างดี หากคุณไม่ใช่คนกระฉับกระเฉงคล่องแคล่วว่องไวนัก ก็เริ่มอย่างช้า ๆ แล้วค่อยเพิ่มเวลามากขึ้น การออกกำลังกายมากเกินไป สามารถก่อให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อและรู้สึกเหนื่อยล้าได้

การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ: ดื่มน้ำมาก ๆ ภาวะขาดน้ำสามารถนำไปสู่ความอ่อนล้าและเหน็ดเหนื่อยได้เช่นกัน การเพิ่มความชุ่มชื่นและปริมาณน้ำให้แก่ร่างกายที่ดีที่สุดคือการดื่มน้ำสะอาด หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลมและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้น้ำหนักของคุณเพิ่มขึ้นตลอดจนเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้

จัดระดับความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ: หนึ่งวันมีเพียง 24 ชั่วโมง อย่าพยายามเอางานที่ต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งวันมารวมไว้ในวันเดียว ที่สำคัญที่สุดคือเรียนรู้ที่จะกล่าวคำว่าไม่เมื่อจำเป็น เป็นการทำลายสุขภาพของคุณเองเพื่อช่วยเพื่อนหรือคนในครอบครัวไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรในระยะยาว

ดูแลตัวเอง: จำไว้เสมอว่าคุณต้องแบ่ง “เวลาให้แก่ตัวเอง”! พวกเราหลายคนให้ความสำคัญแก่ครอบครัว เพื่อนฝูงและงานมากกว่าความต้องการของตนเอง มันเป็นเรื่องธรรมดา ที่จะรู้สึกเห็นแก่ตัวเมื่อเอาความต้องการของตนเองก่อนของคนอื่น แต่คุณจะต้องประหลาดใจ ที่การดูแลตัวเองสามารถช่วยให้คุณจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น และยังทำให้งานและการเข้าสังคมของคุณวิเศษขึ้นอีกด้วย! เพราะฉะนั้นอย่าลืมแบ่งเวลาไว้เผื่อการนวดและแช่น้ำอุ่นเป็นประจำทุกวัน

ระวังอาหารที่คุณรับประทาน: ความไม่เพียงพอในอาหารประเภท macronutrient (คาร์โบไฮเดรท โปรตีนและไขมัน) และ micronutrient (วิตามินและเกลือแร่) นำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ มากมายซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือความเหนื่อยล้า วิธีที่ดีที่สุดในการสร้างความมั่นใจว่าเราได้รับสารอาหารครบถ้วนก็คือการรักษาสมดุลและอมีสารอาหารที่หลากหลาย พยายามรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่มีประโยชน์ โดยเฉพาะของหวานและอาหารประเภทแป้ง (refined carbohydrates) เพราะของพวกนี้จะเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดของคุณและทำให้คุณรู้สึกมีกำลังลดลง ตลอดจนหลีกเลี่ยงการงดอาหารในบางมื้อเพราะมันเป็นการเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือกเช่นกัน

พยายามมองโลกในแง่ดี: จากผลการศึกษาวิจัยมากมายแสดงให้เห็นว่า ความเครียดเป็นปัจจัยของความเจ็บป่วยทั้งทางจิตใจและทางร่างกาย เมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่คุณต้องการ แทนที่จะเครียด คุณควรยอมรับ ในสถานการณ์และรับมือกับมันอย่างสงบ ความเครียด ไม่เพียงจะทำให้คุณเหนื่อยมากขึ้น มันยังไม่ช่วยแก้ปัญหาได้ ลองคิดดูว่าถ้าหากคุณมีนัดสำคัญหลังเที่ยง ในที่ทำงาน คุณยุ่งอยู่กับโทรศัพท์ ที่เข้ามาไม่หยุด จากนั้นคุณรู้ว่าคุณจะไปตามนัดสาย ซ้ำเมื่อคุณออกจากที่ทำงานรถก็ติดมาก ถึงคุณจะเครียดไป คุณก็ไม่สามารถช่วยให้การจราจรคล่องตัวขึ้นมาได้ ตรงกันข้ามการยอมรับกับสถานการณ์และหาทางแก้ไขอย่างใจเย็นอาจช่วยให้คุณสามารถคิดถึงเส้นทางอื่นหรือแก้ปัญหาได้

แหล่งที่มา:
1. นิตยสาร Mother Earth Living ฉบับเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2014

Share.

About Author

Prabjote Kaur

Prabjote is one of the co-founders and editors of Almonds & Raisins. She went through a long weight loss journey that turned her into a fitness enthusiast and a health junkie. You're likely to find her jogging at the gym or experimenting in the kitchen with superfoods. Prabjote has completed the Accredited Certificate of Nutrition from Cadence Health where she is currently studying to become a certified Lifestyle, Food & Wellness coach.

Comments are closed.