การดื่มน้ำให้ถูกวิธี

0

สูตรการดื่มน้ำ
คือให้เอาน้ำหนักตัวของเรา เป็นกิโลกรัม คูณด้วย 2.2 เอาผลลัพธ์มาหารด้วย 2 แล้วคูณด้วย 30 ก็จะได้ปริมาณน้ำที่เราควรดื่มเป็นหน่วยมิลลิลิตรตัวอย่างเช่นน้ำหนัก 60 กิโลกรัม
(60 X 2.2 X 30) / 2 = 1980 มิลลิลิตรหรือเท่ากับ 2 ลิตร 1 ลิตรเท่ากับน้ำ 5 แก้วดังนั้นต้องดื่มน้ำประมาณ 10 แก้วต่อวัน
ร่างกายคนเราประกอบด้วยน้ำเกือบ70 เปอร์เซ็นต์ ในเลือดประกอบด้วยน้ำ 90 เปอร์เซ็นต์จึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอ มิฉะนั้นเลือดก็จะข้นจะหนืดการไหลเวียนก็จะไม่สะดวก อุดตันอยู่ในเส้นเลือด

“มีคนบอกว่าดื่มน้ำมากๆ ไตจะทำงานหนักจริงไหม” 
“ไตกำหนดน้ำ” ไตมีส่วนสัมพันธ์กับน้ำในร่างกาย เกี่ยวข้องกับการสร้างน้ำปัสสาวะและทำหน้าที่เหมือนเขื่อนคอยปิด-เปิด หรือคอยกักเก็บหรือปล่อยออกถ้าน้ำมากไปก็ล้นเขื่อนแล้วเขื่อนก็จะพัง น้ำน้อยไปเขื่อนก็จะแห้งผนังเขื่อนก็อาจแตกร้าวเพราะถูกแดดเผาดังนั้นเราต้องยึดหลักความสมดุลของธาตุทั้ง 4 เป็นหลักและถ้าหากว่า“ไต” เสียสมดุลขึ้นมา ก็จะเกี่ยวพันไปถึงระบบสืบพันธุ์ทั้งระบบไม่ว่าปัญหาที่เกิดกับมดลูก รังไข่อวัยวะเพศ และสมรรถภาพทางเพศก็จะรวนไปหมด อีกทั้งทำให้กระดูดบาง ผุ กร่อนได้ง่าย เพราะ“ไต” ที่คุมกระดูกนั้นพังไปแล้วเพราะฉะนั้นเราจึงควรดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวของเราและดื่มให้ถูกต้องตามกาลเวลา ร่างกายท่านก็จะไม่มีปัญหาอีก

ดื่มน้ำอะไรดี? ดื่มตอนไหน? ตัวอย่าง?
คุณสมศรี หน้าตาแดง คอแห้ง ลิ้นเป็นฝ้าเหลือง เหงื่อออกมากทำอะไรนิดหน่อยก็เหงื่อออก จุกแน่นลิ้นปี่ ลมแน่นท้อง เรอบ่อยพอนวดก็เรอออกแล้ว
เธอเล่าให้ฟังว่า“ฉันดื่มน้ำเยอะนะหมอ ตื่นเช้าก่อนแปรงฟันก็ 5 แก้วแล้ว กินข้าวก็ดื่มน้ำ3-4 แก้ว ก่อนนอนก็ดื่มน้ำอีกเป็นลิตร รวมๆแล้ววันหนึ่ง 2 ลิตร
กว่าน่าจะพอนะหมอ”เธอบอกผม
“แล้วดื่มน้ำอะไรละน้ำเย็นใช่ไหม” ผมถามดักคอไว้ก่อนเพราะดูจากรูปร่างลักษณะที่อ้วนฉุอย่างนี้น่าจะมาจากการชอบดื่มน้ำเย็นเป็นหลัก
“ต้องน้ำเย็นๆจึงจะดื่มได้ ดื่มแล้วจะรู้สึกเย็นคอ เย็นชื่นใจดี น้ำธรรมดามันไม่ชื่นใจถ้าแช่ช่องฟรีซให้เย็นเป็นวุ้นยิ่งสุดยอดยิ่งถ้าได้น้ำอัดลมสักขวดยิ่งดีใหญ่” หลายท่านมีความเข้าใจว่า“ดื่มน้ำได้พอเพียงแล้ว” ร่างกายก็น่าจะดี แต่ทำไมยังเจ็บป่วย ตัวร้อนขาดน้ำอีก แล้วน้ำที่ดื่มเข้าไปมันไปไหนหมด ถึงขาดน้ำได้

ยกตัวอย่างคนที่น้ำหนักตัว 60 กิโลกรัมเมื่อคำนวณปริมาณน้ำที่ควรดื่มแล้ว ควรดื่มน้ำ 2 ลิตรต่อวัน ซึ่งเท่ากับ10 แก้ว แต่ 10 แก้วที่ว่านี้ไม่ใช่ดื่มทีเดียวหมด ควรแบ่งดื่มทั้งวันโดยตอนเช้าดื่มก่อนแปรงฟันได้ก็ดี ดื่มสัก2-5 แก้วเพื่อเป็นการชำระของเสียออกจากร่างกาย โดยการเอาอุจจาระ ปัสสาวะออก เหตุที่ให้ดื่มน้ำก่อนแปรงฟันนั้นก็เพื่อให้การดื่มน้ำเว้นระยะเวลาจากการทานอาหารเช้าให้มากๆจะทำให้อาหารได้ย่อยเสียก่อน จะได้อุจจาระหรือปัสสาวะก่อนที่จะออกไปทำงานถ้าไม่รีบๆดื่มน้ำเสียก่อน เดี๋ยวก็ต้องแวะถ่ายกลางทางคงไม่สนุกแน่ถ้าเป็นเช่นนั้นยิ่งถ้าใครอั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้ยิ่งแย่ไปกันใหญ่ ถ้าเราแปรงฟันก่อนดื่มน้ำก็อาจจะเลยเถิดทำธุระอย่างอื่น อาบน้ำอาบท่า แต่งตัวเตรียมไปทำงานแล้วจนอาจจะลืมดื่มน้ำ ทีนี้จะดื่มมากๆไม่ได้แล้วก็จะไม่มีน้ำที่จะขับของเสียออกจากร่างกาย ของเสียก็ถูกดูดซึมเข้าไปใหม่ น้ำส่วนที่เหลือก็ทยอยดื่มบ่อยๆ ครั้งละ 2-3 อึกหรือไม่เกินครึ่งแก้วต่อครั้งอย่ารอให้หิวแล้วค่อยดื่ม และอย่าดื่มครั้งละมากๆ เป็นแก้วหรือเป็นขวดเพราะน้ำจะไหลลงอย่างรวดเร็ว ลำไส้ดูดซึมไม่ทันแถมไตยังต้องทำงานหนักในการขับน้ำออกเป็นปัสสาวะถ้าไตทำงานหนักก็อาจจะเสื่อมได้ แถมจะทำให้ร่างกายขาดน้ำอีก 15 นาทีก่อนรับประทานอาหาร ระหว่างรับประทานอาหารหลังรับประทานอาหารหรืออิ่มใหม่ๆ อย่าดื่มน้ำมากนัก ควรดื่มไม่เกิน 1 แก้วเพื่อมิให้น้ำนั้นเข้าไปดับ“ไฟสำหรับย่อยอาหาร” ที่อยู่ในกระเพาะ ทานเสร็จแล้ว 40 นาที จึงค่อยดื่มน้ำต่อไปและน้ำที่ดื่มก็ไม่ควรดื่มน้ำเย็น ผู้ป่วยมากมายที่ป่วยเพราะดื่มน้ำมากช่วงรับประทานอาหารอาหารก็ไม่ย่อย น้ำหนักก็
เพิ่ม อึดอัด แน่นท้อง เรอ ปวดศีรษะ ไมเกรนและอีกมากมายหลายโรคที่เป็นสาเหตุมาจากอาหารไม่ย่อยโดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะคาดไม่ถึงว่า“การดื่มน้ำมากๆ ช่วงรับประทานอาหารจะทำให้เขาป่วยได้” เหมือนเส้นผมบังภูเขา เป็นเรื่องธรรมชาติที่เรามองข้ามกันไป

 

การดื่มน้ำที่ฉลาดถูกวิธีและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายเรามากที่สุดมีสูตรดังนี้

  1. ควรดื่มน้ำเปล่าที่สะอาด หรือต้มสุก ไม่ร้อนไม่เย็นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่อาจดื่มน้ำอุ่นๆเมื่อรู้สึกหนาวหรือไม่สบาย
  2. การดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว หมายถึงประมาณน้ำที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน ซึ่งอาจได้จาก การรับประทานผลไม้ที่มีน้ำมาก หรืออาหารที่มีส่วนผสมของน้ำมาก
  3. เมื่อรู้สึกกระหายน้ำ ควรดื่มน้ำทันที ไม่ควรดื่มเร็วเกินไป เพราะอาจทำให้จุกหรืออาจตายได้ในกรณีที่เหนื่อยจัด ไม่ควรดื่มน้ำมากเกินไป เพราะจะทำให้ระบบไตและระบบย่อยอาหารทำงานหนัก รวมทั้งอาจทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหาร หรือกระเพาะปัสสะวะอักเสบได้อีกด้วย ยกเว้นในช่วงเวลาเพิ่งตื่นนอน หรือดื่มเพื่อบำบัด
  4. วันที่ต้องกินอาหารที่มีรสจัดมาก ไม่วา เค็ม เผ็ด เปรียว หรือมัน โดยเฉพาะขนมกรุบกรอบ ควรดื่มน้ำในปริมาณที่เพิ่มชึ้นกว่าปรกติ
  5. การดื่มน้ำเย็นบ่อยๆ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่อากาศเย็นจัดทำให้ระบบของรางกายต้องทำงานหนักเพื่อปรับอุณหภูมิของน้ำเย็นให้เท่ากับอุณหภูมิของร่างกาย และส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ การย่อยอาหารไม่ดีเท่าที่ควร ปวดประจำเดือน
  6. ถ้าต้องการดื่มน้ำให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด ควรดื่ม หลังจากเพิ่งตื่นนอน จากนั้น ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมงและหลังอาหาร 1 ชั่วโมงในแต่ละมื้อ สุดท้าย ก่อนนอน 1 ชั่วโมง
  7.  ไม่ควรดื่มน้ำมากกว่าครึ่งแก้ว ก่อนรับประทานอาหาร 15 นาที่ และภายใน 45 นาที หลังรับประทานอาหาร  เพราะระบบย่อยอาหารต้องทำงานหนัก ต้องผลิตน้ำย่อยออกมามากกว่าปรกติ ดูดซึมสารอาหารไม่เต็มที่

วิธีทำให้คุณหันมาดื่มน้ำมากขึ้น

  • ฝึกดื่มน้ำให้เป็นนิสัย พยายามดื่มน้ำทุกเช้าหลังตื่นนอนให้เหมือนเป็นกิจวัตรประจำวัน เพราะการดื่มน้ำตอนทุกเช้าจะช่วยกระตุ้นให้คุณรู้สึกอยากดื่มน้ำไปตลอดทั้งวัน
  • ผสมอย่างอื่นเพื่อให้น้ำมีรสชาติมากขึ้น เช่น หามะนาวมาบีบลงไปในน้ำเปล่าซักเล็กน้อยก่อนดื่มเพื่อช่วยเพิ่ม หรือผสมน้ำหวาน  หรือดื่มน้ำผลไม้แทน แต่ไม่ควรหวานเกินไปเพราะอาจทำให้น้ำหนักคุณเพิ่มได้
  • มั่นตรวจปัสสวะให้ใสอยู่เสมอ หมั่นตรวจดูปัสสาวะของคุณหลังเสร็จธุระ เพื่อให้มั่นใจว่ามันยังใสหรือมีสีเหลื่องอ่อนอยู่เสมอ เพราะความใสนั้นเหมือนเป็นดัชนีวัดว่าร่างกายของคุณได้รับน้ำอย่างเพียงพอ แต่เมื่อไรก็ตามที่ปัสสาวะของคุณมีสีเหลืองเข้ม นั่นหมายความว่าร่างกายของคุณกำลังอยู่ในภาวะขาดน้ำ
  • จินตนาการว่าคุณจะน่ารักขนาดไหน “ฉันไม่รู้ว่า การดื่มน้ำมาก ๆ จะมีผลโดยตรงอย่างไรต่อระบบการหมุนเวียนของ โลหิตและการมีสุขภาพผิวดี เปล่งปลั่ง แต่ฉันจะไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดื่มน้ำ ตราบเท่าที่ฉันคิดว่าน้ำจะช่วยให้ฉันมีผิวที่ดี ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของผู้หญิง”
  • ร้อนนักก็ดื่มซะ เมื่อคุณกำลังอยู่ในอารมณ์ที่เดือดดาล ขอแนะนำให้ดื่มน้ำอุ่น เพราะบางครั้งการเลือกเครื่องดื่มก็เป็นเรื่องของจิตวิทยา การที่คุณได้ถือเครื่องดื่มอุ่น ๆ ซักแก้วไว้ที่มืออาจช่วยให้คุณลดอารมณ์ เดือดดาลลงได้มากกว่าเครื่องดื่มปกติ ยิ่งกว่านั้น ในกาแฟและน้ำชายังมีสารคาเฟอีน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มอัตราการกำจัดน้ำออกจากร่างกายของคุณในรูปของปัสสาวะ
  • ดื่มน้ำเมื่อคุณถูกความตะกละจู่โจม บางครั้งความรู้สึกหิวของคนเราก็เป็นความกระหายแบบหลอก ๆ หรือแค่รู้สึกตะกละเท่านั้น ดังนั้น คุณสามารถแก้อาการนี้ได้ด้วยการหาน้ำดื่มซัก 1- 2 แก้ว เพื่อช่วยให้คุณรู้สึกเหมือนได้กินอะไรรองท้อง
  • เริ่มปฏิบัติจากขั้นตอนง่าย ๆ อย่าคาดหวังว่าคุณจะสามารถเปลี่ยน พฤติกรรมการดื่มน้ำได้จากหน้ามือเป็นหลังมือ คือจากคนที่ไม่ดื่มน้ำเลยมาดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว แต่คุณควรเริ่มจากการดื่มน้ำ 1 แก้วในตอนเช้าของวัน ตามด้วยการดื่มน้ำอีก 1 แก้วก่อนนอนจนเป็นนิสัย จากนั้นค่อย ๆ เพิ่มปริมาณการดื่มน้ำระหว่างวันให้มากขึ้น
  • หมั่นหาแก้วที่มีน้ำเต็มแก้ว 1 ใบมาวางไว้ข้างตัวคุณเสมอ ขณะคุณกำลังทำงาน เพราะมันจะทำให้คุณสะดวกต่อการหยิบขึ้นมาจิบไปเรื่อย ๆ ขณะทำงานโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเวลาที่คุณต้องสุมหัวคิดงานกับเพื่อน ๆ หรือเป็นอีกหนึ่งวิธีแก้ปัญหาหากคุณไม่ต้องการให้มือของคุณอยู่ว่าง

 

วิธีดื่มน้ำเพื่อบำบัด

          ร่างกายของคนนั้นประกอบด้วยน้ำ 2 ใน 3 ของน้ำหนักตัว แสดงว่าน้ำมีความสำคัญต่อระบบต่างๆของร่างกายมาก โดยเฉพาะระบบการกรองของเสียของไต ซึ่งทำหน้าที่กำจัดของเสียออกจากร่างการ

วิธีดื่มน้ำเพื่อบำบัดโรคต่างๆ ตามที่ได้ทดสอบมาแล้วได้ผลดี คือ ตื่นเช้าลุกขึ้นมา ยังไม่ล้างหน้า ไห้บ้วนด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำที่สะอาด 1 แก้ว แล้วดื่มน้ำสุกตามทันที 4 แก้ว (ประมาณโค้กขนาด1 ลิตร)  อาจรู้สึกหายใจเหนื่อยอึดอัดหรือยากจะอ้วกในช่วงแรก อาจค่อยๆเพิ่มปริมาณในการดื่มน้ำโดยเพิ่มจากปกติที่เคยดื่มอีก 1 แก้ว หลังจากนั้นเราจะรู้สึกว่าปัสสาวะบ่อยครั้งขึ้น รู้สึกว่าร่างกายสดชื่น และสมองปลอดโปร่งขึ้น ช่วยให้ผิวหนังมีน้ำมีนวล สำหรับผู้หญิงที่รักความสวยงาม  ยังช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เนื้องจากช่วยลดความดันโลหิต หลังตื่นนอน
ทั้งหมดอยากให้ผู้อ่านลองปฎิบัติจะรู้ว่าการดื่มน้ำนั้นช่วยบำบัดโรคได้มากมาย กว่ารับประทานยา ซึ่งเป็นการรักษาปลายเหตุ ใครลองแล้วได้ผลดีอย่างไรสามารถแสดงความคิดเห็นได้ตาม Comment ด้านล่าง

ประโยช์นของการดื่มน้ำ

  • ทำให้ระบบต่างๆในร่างกายพร้อมที่จะทำงาน มีการกระตุ้นระบบต่างๆ
  • ผิวสวยสุขภาพผิวดี เเต่งตึงเป็นสีชมพู เนื่องจากไปกระตุ้นการไหลเวียดของเหลือด
  • ปากลิ้นสะอาด ตาใสเป็นประกาย
  • ช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น ช่วยเรื่องโรดกระเพาะ และกรดไหลย้อน
  • ช่วยลดความร้อนในร่างกายแก้ร้อนใน
  • การขับถ่ายดีท้องไม่ผูก
  • ทำให้สมาธิดีขึ้น สมองปลอดโปร่ง ลดอาการปวดศรีษะ หรือไมเกรน

คำเตือน การดื่มน้ำควรค่อยๆ ดื่มไปตลอดวัน ไม่ควรดื่มรวบยอดในครั้งเดียว เพราะการดื่มน้ำปริมาณมากๆ ในครั้งเดียวอาจทำให้เกิดอาการน้ำเป็นพิษ เนื่องจากเลือดเจือจาง และอาจทำให้เป็นตะคริว หรือกล้ามเนื้อเกร็งได้
เรียบเรียงข้อมูลโดย

http://www.prapot.com/healthy/การดื่มน้ำที่ถูกวิธี

Mountain Drinking Water

 

Share.

About Author

Simran Saroa

สวัสดีค่ะ ชื่อจ๋า น่ะค่ะ อารมณ์ดี คุยง่าย เป็นมิตรกับทุกคนค่ะ

Comments are closed.