อัลมอนด์ประโยชน์มากกว่าที่คิด

0

.*. อัลมอนด์ช่วยต้านโรคหัวใจ-ลดคอเลสเตอรอล .*.

ถั่ว รสชาติหวานมันอย่างเมล็ดอัลมอนด์ นอกจากจะรับประทานอร่อย และสามารถนำมาเป็นวัตถุดิบในการขัดผิวพรรณให้เรียบเนียนแล้ว เมล็ดอัลมอนด์ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายหลากหลายประการ โดยเฉพา…ะกับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ

อัลมอนด์เป็นถั่วประเภท Tree Nut ซึ่ง ให้คุณค่าสารอาหารต่อร่างกายมากกว่าถั่วประเภทคลุมดินอย่างถั่วลิสง ถั่วเขียว ฯลฯ และอัลมอนด์ยังถูกจัดให้เป็น 1 ใน 10 สุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะคุณประโยชน์ของอัลมอนด์มีมากมาย ในเมล็ดอัลมอนด์อุดมไปด้วยกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ประกอบไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fatty Acid) และกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fatty Acid) ซึ่งช่วยเพิ่มระดับ HDL (High-Density Lipoproteins) หรือไขมันดี และช่วยลดระดับ LDL (Low-Density Lipoproteins) หรือไขมันเลว

ทั้ง HDL และ LDL จะเป็นตัวพาคอเลสเตอรอลเคลื่อนที่ไปตามกระแสเลือด หากร่างกายมี LDL หรือ ไขมันเลวในปริมาณมาก คอเลสเตอรอลจะเคลื่อนที่ลำบาก และจะสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือด ตามเส้นเลือดที่ส่งไปเลี้ยงหัวใจและสมอง และถ้าคอเลสเตอรอลที่เกาะอยู่ตามหลอดเลือดไปรวมตัวกับสารอื่น อาจเกิดเป็นลิ่มไขมันทำให้หลอดเลือดตีบตัน ขัดขวางการไหลเวียนของกระแสเลือด หากเส้นเลือดตีบตันที่หัวใจ อาจทำให้เกิดโรคหัวใจ และหากเส้นเลือดตีบตันที่สมอง อาจทำให้เป็นอัมพาตได้ แต่ถ้าร่างกายเรามีไขมันดี หรือ HDL มากกว่า ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ เพราะ HDL จะช่วยให้คอเลสเตอรอลเคลื่อนที่ได้ดี และทำให้คอเลสเตอรอลหลุดออกจากผนังหลอดเลือด และส่งไปยังตับเพื่อกำจัดออกจากร่างกาย

ใน ต่างประเทศมีการวิจัยถึงประโยชน์ของอัลมอนด์อย่างจริงจังกันมานานแล้ว ซึ่งผลการวิจัยจากหลากหลายสถาบันให้ผลตรงกันว่า อัลมอนด์มีบทบาทกับสุขภาพหัวใจอย่างมาก เพราะมีส่วนประกอบสำคัญอย่างกรดไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ทั้งกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน เมื่อรับประทานเป็นประจำ จึงมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้เป็นอย่างดี

ผลการวิจัยจากสถาบันชั้นนำทั้งในยุโรปและอเมริกายังพบว่า ถ้ารับประทานอัลมอนด์เพียงวันละ 1 หยิบมือ ช่วยลด LDL ได้ถึง 4.4% และถ้ารับประทาน 2 หยิบมือต่อวัน ช่วยลด LDL ได้ถึง 9.4% รวมไปถึงผลวิจัยจาก Nation Cholesterol Education Program ก็รายงานผลออกมาในรูปแบบเดียวกัน

โดยให้กลุ่มตัวอย่างรับประทานอาหารที่มีและไม่มีอัลมอนด์ประกอบอยู่ พบว่าในกลุ่มที่มีการบริโภคอัลมอนด์มากขึ้น ระดับ LDL ก็จะลดลง และระดับ HDL ก็ เพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาให้กลุ่มตัวอย่างรับประทานอัลมอนด์เป็นอาหารเสริมเป็นเวลา 1 ปี โดย 6 เดือนแรกให้รับประทานอาหารตามปกติ และ 6 เดือนหลังให้รับประทานอัลมอนด์ในช่วงระหว่างมื้ออาหารประมาณ 52 กรัมต่อวัน เปรียบเทียบกันพบว่า กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อนเพิ่มขึ้น กรดไขมันอิ่มตัวลดลง คอเลสเตอรอลและน้ำตาลลดลง จึงส่งผลโดยตรงในการช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเบาหวานได้ถึง 30 – 50%

นอก จากกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายแล้ว อัลมอนด์ยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์ โปรตีนจากพืช วิตามินบี วิตามินอี และโอเมก้า 3 ซึ่งจำเป็นสำหรับการเสริมสร้างเซลล์ที่สึกหรอของผิวหนัง เส้นผม ทั้งยังช่วยชะลอริ้วรอยก่อนวัย รวมทั้งไฟเบอร์ที่ได้จากอัลมอนด์ยังช่วยลดการเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ ใหญ่ได้อีกด้วย
ถึง แม้ว่าอัลมอนด์จะมีสารอาหารประเภทไขมันในปริมาณที่สูง แต่ไขมันจากอัลมอนด์นั้นเป็นไขมันที่ดี ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและจำเป็นต่อกระบวนการทำงานของร่างกาย ดังนั้น อัลมอนด์จึงเป็นอาหารที่ได้รับการแนะนำให้รับประทานเพื่อลดคอเลสเตอรอลและ รับประทานแทนอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว โดยไม่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เราจึงรับประทานอัลมอนด์แทนของหวานหรือขนมขบเคี้ยวระหว่างวันได้อย่างสบายๆ แถมได้คุณค่าจากธรรมชาติไปเต็มๆ เม็ดอีกด้วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์

Nuts ที่นักโภชนาการแนะนำได้แก่ อัลมอนด์ บราซิลนัท ฮาเซลนัท พีนัทหรือถั่วลิสง แมคคาเดเมียนัท วอลนัท เชสนัทหรือเกาลัด พิสตาชิโอ และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ (Cashew nut) …หลายท่านคุ้นเคยเป็นอย่างดีและรับประทานอยู่เป็นประจำ ..ลองมาดูซิว่ามีข้อแตกต่างกันอย่างไร รวมทั้งประโยชน์ที่เราจะได้รับ
พีนัทหรือถั่วลิสง ไม่จัดเป็นถั่วเปลือกแข็งแต่เพราะมีโปรตีนสูง 20-30% โพแทสเซียมสูง ซึ่งมีประโยชน์ในการช่วยควบคุมระบบการทำงานของกล้ามเนื้อ ช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรงและรักษาสมดุลน้ำในร่างกายและการช่วยให้ระบบเผาผลาญอาหารทำงานอย่างปกติและการมีไขมันไม่อิ่มตัวสูงถึง 85% (Unsaturated Fat) ช่วยลดอัตราเสี่ยงโรคหัวใจ
อัลมอนด์ เป็นแหล่งโปรตีน ไฟเบอร์ และมีแคลเซียมสูง และมีเซลเลเนียม วิตามินอี ที่เป็นอาหารต้านอนุมูลอิสระ และมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวถึง 70% ช่วยลดอัตราเสี่ยงโรคหัวใจและลิ่มเลือด และมีรายงานว่าการรับประทานอัลมอนด์ จะเพิ่มระดับวิตามินอี ในกระแสเลือดซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการควบคุมน้ำตาลและไขมันให้ดีขึ้น และช่วยลดไขมัน LDL ได้ถึงร้อยละ 35 และเมื่อรับประทานเป็นประจำจะช่วยลดการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ อีกด้วย
ฮาเซลนัท รสหวานกว่านัทอื่นๆ มักพบในขนมอบ ช็อกโกแลต มีวิตามินอี เซเลเนียม ป้องกันโรคแก่ก่อนวัย และช่วนควบคุมการผลิตเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดงในร่างกาย
เชสนัทหรือเกาลัด มีคาร์โบไฮเดรตมากกว่านัทชนิดอื่นๆ ควรคั่วหรือต้มสุกเพราะเกาลัดดิบมีกรดแทคนิคสูง กินแล้วอาหารไม่ย่อย มีวิตามินซี บี6 กรดโฟลิค โปแตสเซียม
พิสตาชิโอ มีวิตามินเอ ไฟเบอร์สูง มีแร่ธาตุทองแดง แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินบี ทำงานร่วมกันช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ป้องกันโรคหัวใจ
วอลนัท ดีต่อหัวใจ มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและมีกรดไขมันโอเมก้า-3 ป้องกันโรคหัวใจและลิ่มเลือด
เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ มีแร่ธาตุที่ต้องการเพียงเล็กน้อย ได้แก่ แมกนีเซียม ทองแดง ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก
Tags: almond, nut

Share.

About Author

Simran Saroa

สวัสดีค่ะ ชื่อจ๋า น่ะค่ะ อารมณ์ดี คุยง่าย เป็นมิตรกับทุกคนค่ะ

Comments are closed.