เตือนภัย โรคที่เกิดกับหญิงสูงวัย

0

จากจำนวนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น โดยพบว่า 12% ของผู้หญิงในเอเชียเกิดอุบัติการณ์ของโรคการหย่อนตัวของอวัยวะในอุ้งเชิงกราน ซึ่งพบมากในสตรีที่มีลูกแล้วกว่า 50% แต่มีเพียง 20% ของผู้มีภาวะนี้ได้เข้ารับการรักษาอาการ
เพื่อสร้างเสริมความรู้และกระตุ้นเตือนภัยของโรคการหย่อนตัวของอวัยวะในอุ้งเชิงกราน และโรคปัสสาวะเล็ดราดในสตรี ภาควิชาสูติศาสตร์นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงร่วมกับ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และ International Urogynecological Association (IUGA) จัดการประชุมวิชาการ “IUGA Exchange Bangkok 2015” โดยมีแพทย์และนักวิชาการจากประเทศต่างๆ อาทิ มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ออสเตรเลีย เข้าร่วมประชุม ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อเร็วๆนี้
รศ.นพ.สุวิทย์ บุณยะเวชชีวิน หัวหน้าสาขาวิชาเวชศาสตร์เชิงกรานสตรีและศัลยกรรมซ่อมเสริม ภาควิชาสูติศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า โรคการหย่อนตัวของอวัยวะในอุ้งเชิงกราน และโรคปัสสาวะเล็ดราด เป็นคนละโรคกัน แต่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งโรคการหย่อนตัวของอวัยวะในอุ้งเชิงกราน ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการแสดง แต่ในกรณีที่มีมาก อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการหน่วงบริเวณท้องน้อย มีก้อนตุงที่บริเวณอวัยวะเพศ เดินลำบาก ปัสสาวะ-อุจจาระลำบาก และปัสสาวะเล็ดราด รวมถึงกั้นอุจจาระไม่อยู่ ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคมีทั้งการตั้งครรภ์, การคลอดบุตร, ความอ้วน, อาชีพที่ต้องเบ่งท้อง, เข้าสู่วัยทอง, อายุที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น
การรักษาคือ ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการลดน้ำหนัก หลีกเลี่ยงการยกของหนัก, ป้องกันไม่ให้มีภาวะท้องผูกและฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน รอบช่องคลอด นอกจากนี้ สามารถใช้ห่วงพยุงช่องคลอด เป็นการรักษาเริ่มแรกของภาวการณ์หย่อนตัว สุดท้ายคือ การผ่าตัดมดลูกทางช่องคลอด
ส่วนโรคปัสสาวะเล็ดราด พบมากในสตรีที่มีอายุมากขึ้น โดยเฉลี่ยประมาณ 50% ของสตรีในวัยหมดประจำเดือน ภาวะปัสสาวะเล็ดราดแบ่งได้เป็น ไอจามปัสสาวะเล็ด, ปัสสาวะรีบและราด ปัจจัยเสี่ยงของโรคนี้ มีอาทิ การตั้งครรภ์, ภาวะอ้วน, พันธุกรรม (มีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้), ตัดมดลูก, สูบบุหรี่, ดื่มกาแฟ เป็นต้น ส่วนการรักษาของโรคนี้ต้องแยกเป็นประเภท กรณีไอจามปัสสาวะเล็ด
ต้องปรับพฤติกรรม เช่น ลดปริมาณการดื่มน้ำ, หลีกเลี่ยงกาแฟ, น้ำอัดลม, ลดน้ำหนัก, แก้ไขอาการท้องผูก, บริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ซึ่งถ้าไม่ดีขึ้นต้องผ่าตัดแก้ไขท่อปัสสาวะ ส่วนกรณีปัสสาวะรีบและราด ต้องใช้ยาในการรักษาร่วมกับการควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thaihealth.or.th/Content/27484-เตือนภัย%20โรคที่เกิดกับหญิงสูงวัย.html

Share.

About Author

Simran Saroa

สวัสดีค่ะ ชื่อจ๋า น่ะค่ะ อารมณ์ดี คุยง่าย เป็นมิตรกับทุกคนค่ะ

Comments are closed.